ใช้ “ยาเพนิซิลลิน” ฉีดลงนาข้าว รักษาโรคใบไหม้ในข้าว ไม่จริง

22 Oct 2018 / 1163
Share
LINE Share

แชร์กระหน่ำทั่วโลกโซเชียล ชาวนาใช้ยาเพนิซิลลินฉีดลงนาข้าว เพื่อรักษาโรคใบไหม้ในข้าว จะจริงหรือไม่ ติดตามกันได้ใน อย. เช็ก ชัวร์ แชร์

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับ โรคใบไหม้กันก่อน โรคใบไหม้เกิดจากเชื้อรา ที่ชื่อว่า Pyricularia griseaSacc. ซึ่งสามารถทำลายข้าวได้ทุกระยะ ตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงเก็บเกี่ยว

ลักษณะอาการที่พบ ระยะกลางใบจะมีแผลจุดสีน้ำตาล ลักษณะคล้ายรูปตา มีสีเทาอยู่ตรงกลางแผลมีขนาดแตกต่างกันไป ระยะแตกกอ ที่บริเวณข้อต่อใบจะมีลักษณะแผลช้ำสีน้ำตาลดำและใบมักหลุดจากกาบใบเสมอ และระยะคอรวง ถ้าข้าวเพิ่งจะเริ่มให้รวง เมื่อถูกเชื้อรานี้เข้าทำลาย เมล็ดจะลีบหมดแต่ถ้าเชื้อราเข้าทำลาย ตอนรวงข้าวแก่ใกล้เก็บเกี่ยวคอรวงจะปรากฏรอยแผลช้ำสีน้ำตาล ทำให้เปราะหักพับง่าย

การป้องกัน ใช้พันธุ์ที่สามารถต้านทานโรคได้ หว่านเมล็ดพันธุ์ในอัตราที่เหมาะสม คลุกเมล็ดพันธุ์ด้วย
สารป้องกันกำจัดเชื้อรา

แต่จากข่าวที่แพร่ลงอินเทอร์เน็ต ชาวนาใช้ยาเพนิซิลลินฉีดลงนาข้าว เพื่อรักษาโรคใบไหม้ในข้าว ไม่เป็นความจริง เนื่องจากข้อบ่งใช้ของยาเพนิซิลลิน เป็นกลุ่มยาปฏิชีวนะที่ใช้รักษาโรคติดเชื้อแบคทีเรีย ไม่ได้มีข้อบ่งใช้ในการรักษาในโรคที่เกิดจากเชื้อรา เช่น โรคใบไหม้ในข้าว และการที่นำยาเพนิซิลลินฉีดลงนาข้าวนั้น ไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะเสี่ยงต่อการเกิดเชื้อดื้อยาแล้วนั้น ผู้ที่แพ้ยาเพนิซิลลินหากได้รับประทานข้าวที่มีส่วนผสมของยาเพนิลซิลลิน อาจทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิตได้ รวมถึงชาวนาที่ใช้ยาดังกล่าวด้วย นอกจากนั้นจะไปปนเปื้อนสิ่งแวดล้อม อาจมีสัตว์อื่น ๆ ได้รับยาเพนิซิลลินไปด้วย อาจทำให้เสี่ยงต่อการเกิดเชื้อดื้อยามากขึ้นไปอีก

สำหรับอาการแพ้ยาเพนิซิลลินคือ จะมีอาการเจ็บคอ มีไข้ ปวดเมื่อยตามตัว ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดข้อ หลังจากนั้นผู้ป่วยจะเริ่มมีผื่นขึ้นบริเวณลำตัวแขนขา หน้าบวม ตาบวม เจ็บผิว เจ็บตามตัว มีอาการเจ็บเคืองตา เจ็บปาก กลืนเจ็บ ปัสสาวะแสบขัด ผื่น อาจมีลักษณะพองเป็นตุ่มน้ำหรือเกิดการหลุดลอกของผิวหนัง และมีการหลุดลอกของเยื่อบุต่าง ๆ ร่วมด้วย ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงอาจมีอาการแทรกซ้อนของอวัยวะภายใน เช่น มีแผลในทางเดินอาหาร ตับอักเสบ หรือบางรายอาจทำให้เสียชีวิตได้ ดังนั้นหากรับประทานข้าวแล้ว มีอาการเบื้องต้นคล้ายผู้ที่แพ้ยาเพนิซิลลิน ให้รีบมาพบแพทย์หรือเภสัชกรทันที อย่ารอให้มีอาการรุนแรง

ดังนั้นก่อนจะกิน และเชื่ออะไรควรเช็กให้มั่นใจก่อนว่าข้อมูลเหล่านั้นมีความน่าเชื่อถือหรือไม่
โดยสามารถมาเช็กให้ชัวร์กับ อย. กันก่อนนะ