ใช้แป้งฝุ่นโรยตัว เสี่ยงมะเร็ง เป็นแค่ข่าวลือ หากใช้ถูกวิธี ไม่มีอันตราย

11 Jan 2017 / 3150
Share
LINE Share

เช็คให้ชัวร์ แล้วค่อยเชื่อ แล้วค่อยแชร์ จากที่มีข่าวว่าสาวคนหนึ่งในประเทศสหรัฐอเมริกาได้เสียชีวิตลงจากมะเร็งรังไข่โดยอ้างว่ามาจากการใช้แป้งฝุ่นโรยตัวที่มีส่วนผสมของทัลค์ ทำให้เกิดกระแสฮือฮา ระแวงแป้งฝุ่นไปเกือบครึ่งโลกเลยก็ว่าได้

ปัจจุบันยังไม่มีผลการศึกษาที่ยืนยันได้ชัดเจนว่า ทัลค์ หรือทัลคัม ก่อให้เกิดมะเร็งแต่อย่างใด

“ทัลค์หรือทัลคัม(Talc หรือ Talcum powder)” เป็นส่วนผสมหลักในผลิตภัณฑ์แป้งฝุ่นโรยตัวที่พบได้ในแร่ธาตุตามธรรมชาติแบ่งออกเป็น 2 เกรด ได้แก่ เกรดที่ใช้ในอุตสาหกรรม และเกรดที่ใช้ในยา อาหาร และเครื่องสำอาง โดยต้องใช้ทัลค์ที่มีความบริสุทธิ์สูง เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด และต้องไม่มีการปนเปื้อนของแร่ใยหิน (Asbestos) ซึ่งประกาศกระทรวงสาธารณสุขกำหนดห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง อย่างไรก็ตาม ทัลค์เป็นสารที่นำมาใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางระยะเวลายาวนาน และมีประกาศกระทรวงสาธารณสุขอนุญาตให้ใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางได้  โดยกฎหมายกำหนดให้มีการแสดงคำเตือนที่ฉลากของผลิตภัณฑ์แป้งฝุ่นสำหรับเด็กอายุ ต่ำกว่า 3 ปี ว่า “ระวังอย่าให้แป้งเข้าจมูกและปากของเด็ก”

ส่วนการปนเปื้อนของแร่ใยหินซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งในทัลค์นั้น อย.ได้คอยตรวจสอบเฝ้าระวังมาโดยตลอด แต่ยังไม่พบการปนเปื้อนแต่อย่างใดเพราะฉะนั้นสบายใจได้เลยนะ ว่าใช้แล้วปลอดภัยอย่างแน่นอน

แต่ยังไงแล้วแป้งฝุ่นก็มีเรื่องที่ควรระวังเหมือนกัน เราไม่ควรโรยแป้งจนฟุ้งกระจาย เพราะ ทัลค์จัดเป็นสารอนินทรีย์ ไม่ถูกย่อยสลายตามธรรมชาติ ดังนั้น 
ถ้าโรยแป้งฝุ่นในปริมาณมาก ผงแป้งจะลอยฟุ้งกระจายในอากาศ หากสูดดมเข้าไปเป็นเวลานาน จะเกิดการสะสมเป็นก้อนในปอดทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจได้ นอกจากนี้สาวๆ ไม่ควรโรยแป้งบริเวณจุดซ่อนเร้น และระวังอย่าให้แป้งเข้าจมูกและปากของเด็กด้วยละ


หากใครที่ซื้อแป้งฝุ่นมาแล้วรู้สึกว่าผลิตภัณฑ์ชนิดนี้ไม่น่าไว้ใจ สามารถติดต่ออย. เพื่อให้ทางเราได้ตรวจสอบกันได้เลย!!!
สายด่วน อย.1556 หรือ E-mail: [email protected]  
ตู้ ปณ. 1556 ปณฝ. กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี 11004 
หรือผ่านทาง Oryor Smart Application หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ

ที่มา :   ข่าวประชาสัมพันธ์ กองพัฒนาศักยภาพผู้บริโภค 26 กุมภาพันธ์ 2559
ข่าวแจก 52 /ปีงบประมาณ พ.ศ. 2559

แหล่งที่มาเพิ่มเติม : http://www.oryor.com/oryor2015/print-detail.php?cat=44&id=937
                           : http://www.oryor.com/oryor2015/news-update-detail.php?cat=50&id=731